ทำเว็บด้วย Claude
deploy เว็บ ฟรี ยังไง — เทียบเว็บโฮสติ้งฟรี 4 เจ้า
เทียบ 4 เจ้าที่ deploy เว็บ ฟรีได้ และทำไม 2 ใน 4 ห้ามใช้กับเว็บธุรกิจ พร้อมวิธี deploy ด้วย Cloudflare Pages ทีละขั้น และค่าโดเมนจริงปีละเท่าไหร่
Patrick
อัปเดต 2026-08-23 · อ่าน 39 นาที
คำตอบสั้นๆ
เจ้าที่ deploy เว็บ ฟรีได้มีสี่เจ้าหลักคือ Cloudflare Pages, Netlify, Vercel และ GitHub Pages แต่ถ้าเว็บของคุณเป็นเว็บธุรกิจ เหลือแค่สองเจ้า เพราะ Vercel และ GitHub Pages ห้ามใช้แพลนฟรีกับเว็บเชิงพาณิชย์ ตามเงื่อนไขของเขาเอง ผมเลือก Cloudflare Pages เพราะไฟล์สแตติกส่งได้ไม่จำกัด วิธีใช้คือเซฟงานขึ้น GitHub แล้วต่อ Cloudflare เข้ากับ GitHub ครั้งเดียว จากนั้นทุกครั้งที่เซฟงาน เว็บจะอัปเดตเอง ค่าโฮสต์เป็นศูนย์ จ่ายแค่ค่าโดเมนถ้าอยากได้ชื่อของตัวเอง ราวปีละ 300-500 บาท
และเรื่องที่แทบไม่มีใครบอกคือ เว็บที่ขึ้นออนไลน์แล้วยังไม่เท่ากับเว็บที่เสร็จ
deploy เว็บ คืออะไร
ระหว่างที่คุณนั่งทำเว็บอยู่ เว็บนั้นเปิดได้แค่บนเครื่องคุณคนเดียว ที่อยู่ของมันจะขึ้นต้นว่า localhost ซึ่งแปลว่า "เครื่องนี้เท่านั้น" ส่งลิงก์นี้ให้ลูกค้าไปก็เปิดไม่ได้ครับ เพราะมันไม่มีอยู่จริงบนอินเทอร์เน็ต
deploy คือการย้ายเว็บจากเครื่องคุณขึ้นไปวางไว้บนเครื่องของผู้ให้บริการที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ใครก็ตามที่มีลิงก์เปิดดูได้
เทียบง่ายๆ ตอนทำเว็บอยู่บนเครื่อง เหมือนคุณทำอาหารอยู่ในครัวที่บ้าน ใครจะกินต้องเข้ามาในบ้านคุณ พอ deploy แล้วเหมือนคุณเปิดร้าน มีหน้าร้านที่อยู่จริง ใครเดินผ่านก็เข้าได้
โฮสติ้ง กับ deploy ต่างกันยังไง
ถ้าคุณเคยหาข้อมูลเรื่องนี้ คุณจะเจอสองคำนี้ปนกันไปหมด และไม่มีใครอธิบายว่ามันต่างกันตรงไหน
สั้นที่สุดคือแบบนี้ครับ
- โฮสติ้ง คือ "ที่" — บริการที่รับฝากเว็บของคุณไว้ให้เปิดได้ตลอด เทียบกับการเปิดร้านก็คือตัวพื้นที่เช่า
- deploy คือ "การกระทำ" — การเอาเว็บของคุณส่งขึ้นไปวางไว้ในที่นั้น เทียบกับการเปิดร้านก็คือวันที่คุณขนของเข้าร้าน
แปลว่าคุณ deploy เว็บ ขึ้นไปยัง โฮสติ้ง สองคำนี้จึงไม่ได้แทนกัน แต่เป็นคนละส่วนของเรื่องเดียวกัน
ในทางปฏิบัติ คนไทยที่ไม่ได้เขียนโค้ดมักค้นคำว่า เว็บโฮสติ้งฟรี ส่วนคนที่คุ้นกับสายเทคจะค้นคำว่า deploy เว็บ ฟรี ทั้งสองคำกำลังหาคำตอบเดียวกันครับ คือ "จะทำยังไงให้เว็บที่ทำเสร็จแล้วมีคนอื่นเข้าดูได้ โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน" บทความนี้ตอบทั้งสองคำถามนั้น
deploy เว็บ ฟรี ได้จริงไหม
ได้ครับ และนี่ไม่ใช่ของหลอก
สมัยก่อนการเอาเว็บขึ้นออนไลน์ต้องเช่าโฮสต์รายเดือน ราคาหลักร้อยถึงหลักพันต่อเดือน แล้วนั่งอัปโหลดไฟล์เข้าไปเองทีละไฟล์ ทุกวันนี้สำหรับเว็บธุรกิจขนาดเล็ก ค่าโฮสต์กลายเป็นศูนย์ไปแล้ว
แต่ผมอยากให้คุณแยกสองอย่างนี้ออกจากกันให้ชัด เพราะคนสับสนกันมาก
| สิ่งที่จ่าย | คืออะไร | ราคา |
|---|---|---|
| ค่าโฮสต์ | ที่วางเว็บให้เปิดได้ตลอด | ฟรี สำหรับเว็บธุรกิจทั่วไป |
| ค่าโดเมน | ชื่อเว็บที่เป็นของคุณเอง | ราว 300-500 บาทต่อปี |
ถ้าคุณยังไม่อยากจ่ายอะไรเลยตอนนี้ ก็ได้ครับ Cloudflare แถมที่อยู่ฟรีมาให้ตั้งแต่วันแรก หน้าตาจะประมาณ ชื่อโปรเจกต์.pages.dev ใช้งานได้จริงทุกอย่าง แค่ชื่อไม่ใช่ของคุณ
ระวังคำว่า "ฟรี" จากผู้ให้บริการบางเจ้า บางที่ฟรีแต่แปะโฆษณาของเขาบนเว็บคุณ หรือฟรีปีแรกแล้วขึ้นราคาปีถัดไป ก่อนสมัครที่ไหนก็ตาม ให้หาคำว่าโฆษณาและเงื่อนไขการต่ออายุให้เจอก่อน
deploy เว็บ ฟรี มีเจ้าไหนบ้าง
เจ้าที่คนพูดถึงกันบ่อยมีสี่เจ้า และทั้งสี่มีแพลนฟรีจริงทั้งหมดครับ ไม่ได้หลอก
แต่คำว่า "ฟรี" ของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน และมีเรื่องหนึ่งที่คนทำเว็บธุรกิจต้องรู้ก่อนเลือก เพราะมันไม่ได้เขียนอยู่บนหน้าราคา
| บริการ | จุดเด่น | เหมาะกับ | ใช้กับเว็บธุรกิจบนแพลนฟรีได้ไหม |
|---|---|---|---|
| Cloudflare Pages | ไฟล์สแตติกส่งได้ไม่จำกัด | เว็บไซต์ธุรกิจ เว็บร้าน เว็บบริการ เว็บที่กลัวคนเข้าเยอะแล้วล่ม | ✅ ได้ |
| Netlify | ตั้งค่าง่าย ลากไฟล์วางได้เลย | เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็ก เว็บแคมเปญสั้นๆ เว็บอีเวนต์ | ✅ ได้ |
| Vercel | เจ้าของ Next.js เร็วมากกับงาน React | พอร์ตโฟลิโอส่วนตัว เว็บสมัครงาน โปรเจกต์ทดลอง งานส่ง | ❌ ห้าม |
| GitHub Pages | ง่ายที่สุดถ้าเว็บเป็น HTML ล้วน | พอร์ตโฟลิโอส่วนตัว เว็บสมัครงาน เว็บเอกสารโปรเจกต์ งานเรียน | ❌ ห้าม |
เรื่องที่แทบไม่มีใครบอก สองในสี่เจ้าห้ามใช้ทำเว็บธุรกิจ
อันนี้ไม่ใช่การตีความของผมนะครับ มันเขียนไว้ในเงื่อนไขของเขาเอง
Vercel ระบุว่าแพลนฟรีของเขา "จำกัดไว้สำหรับการใช้งานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น" และคำว่าเชิงพาณิชย์ของเขากินความกว้างกว่าที่คุณคิดมาก ตัวอย่างที่เขาระบุเองมีตั้งแต่การรับชำระเงินจากผู้เข้าชม การโฆษณาขายสินค้าหรือบริการ การรับเงินค่าจ้างทำหรือดูแลเว็บนั้น ไปจนถึงการติดโฆษณา และแม้แต่การเปิดรับบริจาค (ตรวจกับหน้าเงื่อนไขการใช้งานของ Vercel เมื่อ 23 สิงหาคม 2026)
อ่านข้อที่ผมทำตัวหนาไว้อีกรอบครับ การโฆษณาขายสินค้าหรือบริการ — นั่นคือนิยามของเว็บธุรกิจแทบทุกเว็บบนโลก เว็บร้านอาหารที่มีเมนูและราคา เว็บร้านที่มีปุ่มทักไลน์ เว็บรับติดตั้งที่โชว์บริการ ทั้งหมดนี้เข้าข่ายหมด
และข้อ "รับเงินค่าจ้างทำหรือดูแลเว็บนั้น" แปลว่าถ้าคุณรับทำเว็บให้ลูกค้า แล้วเอาขึ้นแพลนฟรีของ Vercel นั่นก็ผิดเงื่อนไขเช่นกัน ต่อให้ตัวเว็บลูกค้าจะไม่ขายอะไรเลยก็ตาม
GitHub Pages เขียนตรงกว่านั้นอีก ว่ามัน "ไม่ได้มีไว้และไม่อนุญาตให้ใช้เป็นบริการโฮสต์ฟรีสำหรับรันธุรกิจออนไลน์ เว็บอีคอมเมิร์ซ หรือเว็บใดก็ตามที่มีจุดประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์" (ตรวจกับหน้าข้อจำกัดของ GitHub Pages เมื่อ 23 สิงหาคม 2026)
ส่วน Netlify ตรงกันข้ามครับ เขาเขียนไว้ชัดว่าบนแพลนฟรี "คุณสามารถ deploy โปรเจกต์เชิงพาณิชย์ เว็บส่วนตัว หรืองานสร้างสรรค์อื่นๆ ได้" (ประกาศแพลนฟรีของ Netlify) และ Cloudflare Pages ก็ไม่มีข้อห้ามเรื่องการใช้เชิงพาณิชย์บนแพลนฟรีเหมือนกัน
ผมไม่ได้จะบอกว่า Vercel กับ GitHub Pages ไม่ดีนะครับ ทั้งสองเจ้าเป็นของดีมากในงานที่มันถูกออกแบบมา Vercel คือเจ้าของ Next.js และเร็วมากจริง ส่วน GitHub Pages ง่ายที่สุดสำหรับเว็บ HTML ล้วน แต่ถ้าเว็บของคุณคือเว็บธุรกิจ แพลนฟรีของสองเจ้านี้ไม่ใช่ตัวเลือก ต้องขยับไปแพลนเสียเงิน ซึ่งก็คนละเรื่องกับคำว่าฟรีแล้ว
แล้วเทียบกันที่โควตาล่ะ
สำหรับเว็บธุรกิจขนาดเล็ก สองเจ้าที่เหลือเทียบกันได้แบบนี้
| โควตาแพลนฟรี | ใช้หมดแล้วเกิดอะไรขึ้น | |
|---|---|---|
| Cloudflare Pages | ไฟล์สแตติก ไม่จำกัด / build 500 ครั้งต่อเดือน | ไฟล์รวมไม่เกิน 20,000 ไฟล์ ไฟล์เดี่ยวไม่เกิน 25 MB |
| Netlify | 300 เครดิตต่อเดือน ซื้อเพิ่มไม่ได้ | เว็บถูกพักทั้งหมด ผู้เข้าชมจะเห็นหน้า Site not available |
ข้อนี้คือข้อที่ทำให้ผมเลือก Cloudflare ครับ
Cloudflare ระบุไว้ว่า "ทั้งแพลนฟรีและแพลนเสียเงิน คำขอไปยังไฟล์สแตติกนั้นฟรีและไม่จำกัด" (เอกสารราคาของ Cloudflare Pages) แปลง่ายๆ คือถ้าวันหนึ่งโพสต์ของคุณดังขึ้นมาแล้วคนแห่เข้าเว็บพร้อมกัน คุณจะไม่ตื่นมาเจอบิล และเว็บจะไม่ดับ
ส่วน Netlify เปลี่ยนมาใช้ระบบเครดิตแล้วครับ แพลนฟรีได้ 300 เครดิตต่อเดือน และเครดิตนี้ถูกใช้ร่วมกันทุกอย่าง ทั้งการ deploy ปริมาณข้อมูล และจำนวนคำขอ อัตราที่เขาประกาศคือ deploy ขึ้นจริง 1 ครั้งใช้ 15 เครดิต และ ข้อมูล 1 GB ใช้ 20 เครดิต
ลองคูณเลขดูครับ ถ้าคุณ deploy อย่างเดียวโดยไม่มีคนเข้าเว็บเลย 20 ครั้งก็หมด 300 เครดิตแล้ว ซึ่งชนกับวิธีทำงานทั้งหมดในบทความนี้พอดี เพราะสิ่งที่ผมสอนคือ "เซฟงาน = อัปเดตเว็บ" คนที่นั่งแก้เว็บวันละไม่กี่ครั้งในช่วงกำลังทำ จะใช้เครดิตหมดตั้งแต่ยังไม่มีลูกค้าเข้าเว็บสักคน
และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเครดิตหมดคือเว็บของคุณ ถูกพัก ครับ ไม่ใช่แค่ช้าลง Netlify ระบุเองว่าผู้เข้าชมจะเจอหน้า Site not available ที่ทุก URL ของคุณ และแพลนฟรีซื้อเครดิตเพิ่มไม่ได้ ต้องรอเดือนใหม่หรืออัปเกรด (อัตราเครดิตของ Netlify)
ผมไม่ได้บอกว่า Netlify แย่นะครับ มันเป็นเครื่องมือที่ดีมากและใช้ง่ายกว่าในหลายจุด แต่สำหรับเว็บธุรกิจที่คุณจะแก้บ่อยในเดือนแรกและอยากให้มันอยู่ออนไลน์ตลอดหลังจากนั้น เพดานแบบนี้คือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ในเมื่ออีกตัวเลือกหนึ่งไม่มีเพดานให้ต้องนับเลย
สรุปวิธีเลือกแบบสั้นที่สุด ถ้าเว็บของคุณคือเว็บธุรกิจ เหลือสองตัวเลือกคือ Cloudflare Pages กับ Netlify และถ้าไม่อยากมีเพดานให้ต้องคอยนับ เลือก Cloudflare Pages ซึ่งเป็นตัวที่ผมใช้สอนในคลาสและใช้กับเว็บนี้เอง ส่วน Netlify เก็บไว้ใช้กับงานที่จบเป็นครั้งๆ เช่น เว็บอีเวนต์หรือเว็บแคมเปญสั้นๆ จะเข้าทางกว่า
ตัวเลขและเงื่อนไขทั้งหมดในหัวข้อนี้ผมตรวจกับหน้าเอกสารทางการของแต่ละเจ้าเมื่อ 23 สิงหาคม 2026 เงื่อนไขแพลนฟรีเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการเปลี่ยนได้ตลอดและเปลี่ยนกันบ่อยจริง ก่อนตัดสินใจ ให้เปิดหน้าเงื่อนไขของเจ้านั้นอ่านเองอีกรอบเสมอ โดยเฉพาะหัวข้อเรื่องการใช้งานเชิงพาณิชย์
Cloudflare Pages คืออะไร
Cloudflare Pages คือบริการเอาเว็บขึ้นออนไลน์ของ Cloudflare ครับ
สิ่งที่ทำให้มันต่างจากโฮสต์สมัยก่อน คือมันไม่ได้ให้คุณอัปโหลดไฟล์เข้าไปเอง แต่มันไปดึงไฟล์จาก GitHub ของคุณมาทำเป็นเว็บให้แทน
แปลว่าหลังจากต่อครั้งเดียวจบ ขั้นตอนอัปเดตเว็บของคุณจะเหลือแค่นี้
- คุณสั่ง Claude ว่าเซฟงาน
- งานขึ้นไปอยู่บน GitHub
- Cloudflare เห็นว่ามีของใหม่ แล้วอัปเดตเว็บให้เอง
คุณไม่ต้องเปิดหน้า Cloudflare อีกเลยหลังจากวันแรกครับ นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกวิธีนี้สอนในคลาส สำหรับคนที่ไม่ได้เขียนโค้ด ขั้นตอนที่ต้องจำน้อยที่สุดคือขั้นตอนที่คุณจะทำจริง
ก่อน deploy ต้องมีอะไรบ้าง
สามอย่างครับ
- บัญชี GitHub และเว็บที่เซฟขึ้นไปแล้ว — ถ้ายังไม่เคยต่อ GitHub เข้ากับโปรเจกต์ ต้องทำตรงนี้ก่อน ใครที่ยังไม่เคยใช้เครื่องมือนี้เลย อ่าน Claude Code เบื้องต้น ก่อนได้ครับ
- บัญชี Cloudflare — สมัครฟรี ใช้อีเมลเดียวจบ
- เว็บที่เปิดดูบนเครื่องตัวเองแล้วโอเค — อย่า deploy เว็บที่ยังพังอยู่ เพราะมันจะพังเหมือนเดิมตอนขึ้นออนไลน์
ข้อที่คนข้ามบ่อยที่สุดคือข้อแรก ถ้างานล่าสุดของคุณยังอยู่แค่บนเครื่อง ยังไม่ได้เซฟขึ้น GitHub สิ่งที่ Cloudflare จะเอาไปทำเป็นเว็บคือของเก่า ไม่ใช่ของที่คุณเพิ่งแก้
ขั้นตอน deploy ทีละขั้น
นี่คือขั้นตอนเดียวกับที่ผมทำให้ดูในคลาสครับ
1. เซฟงานขึ้น GitHub ก่อน สั่ง Claude ว่าเซฟงาน แล้วเข้าไปดูใน GitHub ว่าไฟล์ขึ้นไปจริง
2. เข้า Cloudflare แล้วหา Workers and Pages อยู่ในเมนูฝั่งซ้าย
3. กดเครื่องหมายบวก ตรงนี้คนงงกันเยอะ เพราะมันไม่มีปุ่มที่เขียนว่า Create ให้กด สิ่งที่ต้องกดคือ + ครับ
4. ต่อกับ GitHub ครั้งแรกมันจะขออนุญาตเข้าถึง repo ของคุณ เลือกให้เห็นทั้งหมดไปเลยจะง่ายที่สุด แล้วเลือกโปรเจกต์ที่จะเอาขึ้น
5. ตั้งชื่อโปรเจกต์ ชื่อนี้จะกลายเป็นที่อยู่เว็บฟรีของคุณ
ชื่อโปรเจกต์ใช้ตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น ตอนถ่ายคลาสผมพิมพ์ตัวใหญ่แล้วมันไม่ยอมให้ไปต่อ เสียเวลาหาอยู่พักหนึ่งกว่าจะรู้ว่าติดตรงนี้ ถ้ากด Deploy แล้วมันเด้งกลับมา ให้ดูตัวพิมพ์ก่อนเลย
6. Build command ปล่อยว่างไว้ ถ้าเว็บของคุณเป็นเว็บทั่วไป ไม่ต้องใส่อะไรทั้งนั้น
7. กด Deploy แล้วรอ ราว 2-3 นาที หน้าจอจะเด้งไปหน้าใหม่ทั้งที่ยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งตกใจและอย่าเพิ่งกดอะไรซ้ำ รอให้มันจบก่อน
8. กด Overview แล้วกด Visit เว็บของคุณอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้วครับ
แค่นี้จริงๆ ครับ ครั้งแรกที่ทำอาจรู้สึกว่ามีหลายขั้น แต่ทั้งหมดนี้ทำครั้งเดียวตลอดชีวิตของเว็บนั้น
แก้เว็บแล้วต้องทำยังไงต่อ
ไม่ต้องทำอะไรกับ Cloudflare อีกเลยครับ
หลังจากนี้ เวลาคุณแก้อะไรก็ตามในเว็บ ขั้นตอนคือสั่งเซฟงานอย่างเดียว งานจะขึ้น GitHub แล้ว Cloudflare จะหยิบไปอัปเดตให้เอง
ข้อนี้มีผลกับวิธีทำงานของคุณมากกว่าที่คิด แปลว่าถ้าคุณไม่เซฟงาน เว็บออนไลน์จะไม่เปลี่ยน ต่อให้คุณแก้บนเครื่องไปสามชั่วโมงแล้วก็ตาม "เซฟงาน" กับ "อัปเดตเว็บ" คือการกระทำเดียวกันในวิธีนี้
เรื่องที่คนไม่บอก แก้แล้วยังเห็นของเก่า
อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเจอกับเว็บของตัวเองและอยากเตือนไว้ เพราะมันหลอกคนได้เนียนมาก
หลังจากระบบแจ้งว่า deploy สำเร็จแล้ว เว็บจริงยังเสิร์ฟของเก่าอยู่อีกราวหนึ่งนาที เพราะของใหม่ต้องใช้เวลากระจายไปให้ครบทุกจุดก่อน
ปัญหาคืออาการนี้หน้าตาเหมือน deploy ไม่สำเร็จเป๊ะๆ คุณเปิดเว็บ เห็นของเดิม แล้วสรุปว่าพัง
สิ่งที่ห้ามทำคือรีบกด deploy ซ้ำ มันไม่ได้ทำให้เร็วขึ้นเลย และเสี่ยงกว่าเดิมเพราะคุณกำลังยิงของใหม่ทับตอนที่ของเก่ายังกระจายไม่จบ วิธีที่ถูกคือรอสักครู่ แล้วกด refresh แบบล้างแคช
ผมเจอเรื่องนี้จนต้องเขียนตัวตรวจสอบไว้ในโปรเจกต์ของตัวเอง ให้มันคอยเช็กจนกว่าเว็บจริงจะเสิร์ฟเวอร์ชันใหม่จริงๆ ค่อยบอกว่าเสร็จ ก่อนหน้านั้นผมเดาเอาเองทุกครั้ง และเดาผิดหลายครั้ง
โดเมนของตัวเอง ราคาเท่าไหร่
โดเมนคือชื่อเว็บครับ เช่น ชื่อร้านของคุณตามด้วยดอทคอม
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อตั้งแต่วันแรก ที่อยู่ฟรีที่ Cloudflare แถมมาใช้ได้จริงทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเว็บธุรกิจที่จะเอาไปแปะนามบัตรหรือยิงโฆษณา ผมแนะนำให้ซื้อครับ เพราะชื่อที่เป็นของตัวเองส่งผลต่อความน่าเชื่อถือโดยตรง
ราคาโดเมนดอทคอมทั่วไปอยู่ที่ราวปีละ 300-500 บาท ขึ้นกับนามสกุลและเจ้าที่คุณซื้อ
ราคานี้เป็นช่วงคร่าวๆ ให้พอกะงบได้เท่านั้น ราคาจริงเปลี่ยนตามโปรโมชันและนามสกุลโดเมนตลอด และหลายเจ้าลดปีแรกแล้วขึ้นราคาตอนต่ออายุ ให้ดูราคาต่ออายุปีที่สองก่อนตัดสินใจเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ราคาปีแรก
รวมทั้งหมดแล้ว ถ้าคุณทำเว็บธุรกิจของตัวเองหนึ่งเว็บ ค่าใช้จ่ายต่อปีคือค่าโดเมนอย่างเดียว ส่วนค่าเครื่องมือที่ใช้ทำ ผมแยก Claude Code ราคา ของแต่ละแพลนไว้ให้อ่านต่างหากแล้ว
เว็บขึ้นออนไลน์แล้ว ยังไม่เท่ากับเว็บเสร็จ
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ครับ
ตอนถ่ายคลาส พอเว็บขึ้นออนไลน์เสร็จ ผมพาไปตรวจคุณภาพเว็บต่อทันที ผลที่ได้คือ ความปลอดภัยเกรด F ทั้งที่เว็บหน้าตาปกติดีทุกอย่าง เปิดได้ กดได้ สวยด้วย
เว็บที่ AI ทำให้แล้วเอาขึ้นออนไลน์เลยโดยไม่ตรวจ ส่วนใหญ่ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยไม่ผ่าน แต่คือไม่มีความปลอดภัยเลย
และมีอีกเรื่องที่ผมเจอสดๆ ในคลาส หลังตรวจเสร็จผมเซฟงานขึ้นไป พอเปิดเว็บจริง หน้าจอดำสนิท ไม่ขึ้นอะไรเลย สาเหตุคือเอฟเฟกต์ที่ Claude Design ใส่มาให้เขียนไว้ในแบบที่มีช่องโหว่ พอเราปิดช่องโหว่ เอฟเฟกต์นั้นก็หยุดทำงานไปด้วย
นี่คือปัญหาจริงของการใช้ AI ทำเว็บสำหรับคนที่อ่านโค้ดไม่ออก เราไม่รู้ว่ามันเขียนอะไรให้เรา และเราจะรู้ก็ต่อเมื่อไปตรวจ ไม่ใช่ตอนมองหน้าเว็บ
สิ่งที่ต้องตรวจหลังเว็บขึ้นออนไลน์มีสี่ด้าน คือ ค้นเจอใน Google ได้ไหม โหลดเร็วไหม คนพิการใช้ได้ไหม และปลอดภัยไหม ทั้งสี่ด้านนี้ดูจากหน้าเว็บด้วยตาไม่ได้เลยสักด้านเดียว
Pages กับ Workers ต่างกันยังไง และเรื่องที่ผมต้องบอกตรงๆ
ถ้าคุณลองหาข้อมูลเอง จะเจอสองคำนี้และอาจสับสนว่าต้องใช้อันไหน
| เหมาะกับ | |
|---|---|
| Pages | เว็บที่หน้าตาเหมือนกันสำหรับทุกคน เช่น เว็บร้าน เว็บโปรไฟล์ เว็บบริการ |
| Workers | เว็บที่ต้องคิดงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เช่น มีระบบสมาชิก รับชำระเงิน ส่งอีเมลอัตโนมัติ |
ตรงนี้ผมต้องบอกตรงๆ ครับ เพราะตอนตรวจข้อมูลก่อนเผยแพร่ ผมเจอสิ่งที่ขัดกับที่ผมสอนในคลาส
ตอนนี้ Cloudflare แนะนำให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ที่ Workers ไม่ใช่ Pages แล้ว ในหน้าเอกสารของ Pages เอง เขาขึ้นข้อความไว้ว่า "Workers รองรับกรณีใช้งานส่วนใหญ่ของ Pages และมีชุดความสามารถที่กว้างกว่า มันคือแพลตฟอร์มหลักของ Cloudflare สำหรับการสร้างแอปพลิเคชัน ให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ด้วย Workers" (เอกสาร Cloudflare Pages ตรวจเมื่อ 23 สิงหาคม 2026)
แล้วทำไมบทความนี้ยังสอน Pages อยู่
สามเหตุผลครับ หนึ่ง Pages ยังไม่ได้ถูกยกเลิก ยังใช้งานได้ปกติ ยังมีแพลนฟรี และยังได้รับการดูแลอยู่ สอง ขั้นตอนบนหน้าจอของ Pages สั้นกว่าจริง สำหรับคนที่ไม่เคยแตะเรื่องพวกนี้เลย การกดปุ่มไม่กี่ปุ่มบนหน้าเว็บแล้วจบ ต่างจากการตั้งค่า Workers ที่มีเรื่องให้เข้าใจมากกว่า และสาม นี่คือขั้นตอนเดียวกับที่คุณเห็นในคลาส ผมไม่อยากให้บทความสอนอีกอย่างแล้วคลิปสอนอีกอย่าง
คำแนะนำของผม ถ้าเป้าหมายของคุณคือมีเว็บธุรกิจหนึ่งเว็บให้ขึ้นออนไลน์ได้เร็วที่สุด เริ่มที่ Pages ตามคลิปได้เลยครับ มันยังทำงานได้ดีและคุณจะได้เว็บจริงภายในวันนี้ แต่ถ้าคุณตั้งใจจะทำเว็บที่โตต่อไปเรื่อยๆ มีระบบสมาชิกหรือรับเงินในอนาคต และไม่รังเกียจที่จะเรียนเพิ่มอีกนิด เริ่มที่ Workers ตามที่ Cloudflare แนะนำจะไม่ต้องย้ายทีหลัง
เว็บที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ใช้ Workers ครับ เพราะมันมีระบบขายของและส่งไฟล์ให้ลูกค้าอัตโนมัติ ซึ่งเป็นงานที่ Pages อย่างเดียวทำไม่ได้ ตอนที่ผมเลือกก็เลือกเพราะเหตุผลนั้น ไม่ได้เลือกเพราะคำแนะนำนี้ แต่บังเอิญว่ามันตรงกันพอดี
ผมเขียนเรื่องนี้ไว้เพราะไม่อยากให้คุณไปเจอข้อความนั้นเองแล้วสงสัยว่าผมสอนของเก่าให้หรือเปล่า คำแนะนำของผู้ให้บริการเปลี่ยนได้ และวันที่เปลี่ยนไม่ได้แปลว่าของเดิมพังทันที แต่คุณควรรู้ว่ามันเปลี่ยน แล้วตัดสินใจเองบนข้อมูลที่ครบ
สรุป
- deploy คือการเอาเว็บจากเครื่องคุณขึ้นอินเทอร์เน็ต ก่อน deploy มีคุณคนเดียวที่เปิดได้
- เจ้าที่ฟรีมีสี่ แต่เว็บธุรกิจเลือกได้แค่สอง Vercel และ GitHub Pages ห้ามใช้แพลนฟรีเชิงพาณิชย์ เหลือ Cloudflare Pages กับ Netlify
- ค่าโฮสต์ฟรีจริงสำหรับเว็บธุรกิจทั่วไป สิ่งที่จ่ายคือค่าโดเมนราวปีละ 300-500 บาท และจะยังไม่ซื้อก็ได้
- ต่อ Cloudflare เข้ากับ GitHub ครั้งเดียวจบ หลังจากนั้นแค่สั่งเซฟงาน เว็บอัปเดตเอง
- ชื่อโปรเจกต์ต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก และ Build command ปล่อยว่างสำหรับเว็บทั่วไป
- แก้แล้วยังเห็นของเก่าเป็นเรื่องปกติ รอสักครู่แล้ว refresh อย่ากด deploy ซ้ำ
- เว็บขึ้นออนไลน์แล้วยังไม่เสร็จ ต้องตรวจ SEO ความเร็ว การเข้าถึง และความปลอดภัยอีกรอบเสมอ
ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่มทำเว็บและอยากเห็นภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ผมเขียนขั้นตอนทำเว็บไซต์ด้วย Claude Code ไว้เป็นบทความหลักแล้วครับ
แหล่งอ้างอิง — เงื่อนไขและตัวเลขของผู้ให้บริการทั้งสี่เจ้าในบทความนี้ ตรวจสอบกับหน้าเอกสารทางการของแต่ละเจ้าเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026: เงื่อนไขการใช้งานของ Vercel · ข้อจำกัดของ GitHub Pages · แพลนฟรีของ Netlify · อัตราเครดิตของ Netlify · ราคาของ Cloudflare Pages · ข้อจำกัดของ Cloudflare Pages · เอกสาร Cloudflare Pages
เงื่อนไขแพลนฟรีคือส่วนที่เปลี่ยนเร็วที่สุดในบทความนี้ ระหว่างที่ผมตรวจข้อมูล ผมเจอเองว่า Netlify เปลี่ยนจากการนับ GB และนาที build มาเป็นระบบเครดิต ทำให้ตัวเลขที่ยังค้างอยู่ตามบทความเทียบทั่วอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้แล้ว ถ้าคุณอ่านบทความนี้หลังวันที่ตรวจสอบข้างบนไปนาน ให้เปิดลิงก์ทางการเช็กอีกรอบก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหัวข้อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ส่วนหลักการ — ค่าโฮสต์เป็นศูนย์ได้จริง ค่าโดเมนคือค่าใช้จ่ายจริงก้อนเดียว และเว็บที่ขึ้นออนไลน์แล้วยังต้องตรวจคุณภาพอีกรอบ — ไม่ค่อยเปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
deploy เว็บ คืออะไร?
คือการย้ายเว็บจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณขึ้นไปอยู่บนอินเทอร์เน็ต ให้คนอื่นเปิดดูได้ครับ ก่อน deploy เว็บของคุณเปิดได้แค่บนเครื่องคุณคนเดียวผ่านที่อยู่ localhost หลัง deploy มันจะมีที่อยู่จริงที่ส่งให้ลูกค้าได้
deploy เว็บ ฟรีได้จริงไหม?
ได้ครับ สำหรับเว็บธุรกิจขนาดเล็กทั่วไป Cloudflare Pages มีแพลนฟรีที่พอใช้งานจริงโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฮสต์รายเดือนเลย สิ่งเดียวที่ต้องจ่ายคือค่าโดเมนถ้าคุณอยากได้ชื่อเว็บเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับค่าโฮสต์
deploy เว็บ ฟรี มีเจ้าไหนบ้าง?
สี่เจ้าหลักครับ คือ Cloudflare Pages, Netlify, Vercel และ GitHub Pages ทั้งสี่มีแพลนฟรีจริง แต่ถ้าเว็บของคุณเป็นเว็บธุรกิจจะเหลือแค่สองเจ้าคือ Cloudflare Pages กับ Netlify เพราะอีกสองเจ้าห้ามใช้แพลนฟรีกับเว็บเชิงพาณิชย์ตามเงื่อนไขของเขาเอง
Vercel ฟรี ใช้ทำเว็บธุรกิจได้ไหม?
ไม่ได้ครับ Vercel ระบุว่าแพลนฟรีจำกัดไว้สำหรับการใช้งานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น และนิยามเชิงพาณิชย์ของเขากว้างมาก รวมถึงการโฆษณาขายสินค้าหรือบริการ การรับชำระเงินจากผู้เข้าชม การรับเงินค่าจ้างทำเว็บนั้น การติดโฆษณา และแม้แต่การเปิดรับบริจาค เว็บธุรกิจแทบทุกแบบจึงเข้าข่าย ถ้าจะใช้ Vercel กับเว็บธุรกิจต้องขยับไปแพลนเสียเงิน
GitHub Pages ใช้ทำเว็บขายของได้ไหม?
ไม่ได้ครับ GitHub ระบุตรงๆ ว่า GitHub Pages ไม่ได้มีไว้และไม่อนุญาตให้ใช้เป็นบริการโฮสต์ฟรีสำหรับรันธุรกิจออนไลน์ เว็บอีคอมเมิร์ซ หรือเว็บที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ เหมาะกับเว็บพอร์ตโฟลิโอหรือเว็บโปรเจกต์ส่วนตัวมากกว่า
Cloudflare Pages กับ Netlify เลือกอันไหนดี?
ใช้กับเว็บธุรกิจได้ทั้งคู่ครับ ต่างกันที่เพดาน Cloudflare ระบุว่าคำขอไปยังไฟล์สแตติกฟรีและไม่จำกัดทั้งแพลนฟรีและแพลนเสียเงิน ส่วน Netlify ใช้ระบบเครดิต แพลนฟรีได้ 300 เครดิตต่อเดือนและซื้อเพิ่มไม่ได้ โดย deploy 1 ครั้งใช้ 15 เครดิต และข้อมูล 1 GB ใช้ 20 เครดิต แปลว่า deploy อย่างเดียว 20 ครั้งก็หมดแล้ว และเมื่อเครดิตหมดเว็บจะถูกพักจนกว่าจะขึ้นเดือนใหม่ ถ้าเป็นเว็บธุรกิจที่ต้องอยู่ออนไลน์ตลอด ผมแนะนำ Cloudflare Pages
Cloudflare Pages คืออะไร?
เป็นบริการของ Cloudflare สำหรับเอาเว็บขึ้นออนไลน์ครับ วิธีทำงานคือคุณต่อมันเข้ากับ GitHub แล้วทุกครั้งที่คุณเซฟงานขึ้น GitHub มันจะหยิบไฟล์ล่าสุดไปทำเป็นเว็บให้อัตโนมัติ คุณไม่ต้องอัปโหลดไฟล์เองทีละไฟล์เหมือนโฮสต์สมัยก่อน
ต้องมี GitHub ก่อนไหมถึงจะ deploy ได้?
ในวิธีที่ผมสอนในคลาสคือต้องมีครับ เพราะ Cloudflare จะไปดึงไฟล์จาก GitHub ไม่ได้ดึงจากเครื่องคุณโดยตรง ข้อดีคือหลังจากต่อครั้งเดียวแล้ว การอัปเดตเว็บครั้งต่อไปเหลือแค่สั่งเซฟงาน ไม่ต้องเข้าหน้า Cloudflare อีกเลย
deploy แล้วรอนานแค่ไหนเว็บถึงจะขึ้น?
ตอนกด Deploy ครั้งแรกรอราว 2-3 นาทีครับ อย่าเพิ่งตกใจถ้าหน้าจอเด้งไปหน้าใหม่แล้วยังไม่เห็นเว็บ มันยังทำงานอยู่ ต้องรอให้จบก่อน
แก้เว็บแล้วทำไมเปิดดูยังเห็นของเก่า?
ปกติครับ หลังระบบแจ้งว่า deploy สำเร็จ ยังต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งนาทีกว่าของใหม่จะกระจายครบทุกจุด ระหว่างนั้นคุณจะยังเห็นเว็บเวอร์ชันเดิม สิ่งที่ห้ามทำคือรีบกด deploy ซ้ำ เพราะไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้นและเสี่ยงกว่าเดิม ให้รอแล้วกด refresh แบบล้างแคชแทน
โดเมนราคาเท่าไหร่ ต้องซื้อไหม?
ไม่ต้องก็ได้ครับ Cloudflare แถมที่อยู่ฟรีมาให้ใช้ได้เลยตั้งแต่วันแรก แต่ถ้าอยากได้ชื่อเป็นของธุรกิจตัวเอง โดเมนดอทคอมทั่วไปอยู่ที่ราวปีละ 300-500 บาท ขึ้นกับนามสกุลและผู้ให้บริการที่คุณซื้อ ควรเช็กราคาจริงก่อนกดซื้อทุกครั้ง
เว็บขึ้นออนไลน์แล้ว แปลว่าเสร็จหรือยัง?
ยังครับ และนี่คือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด เว็บที่เปิดได้ไม่ได้แปลว่าเว็บปลอดภัยหรือค้นเจอใน Google ตอนผมถ่ายคลาส เว็บที่เพิ่ง deploy เสร็จได้คะแนนความปลอดภัยเกรด F ทั้งที่หน้าตาดูปกติทุกอย่าง ต้องตรวจอีกรอบหลังขึ้นออนไลน์เสมอ
Cloudflare Pages กับ Workers ต่างกันยังไง เลือกอันไหน?
Pages เหมาะกับเว็บที่หน้าตาเหมือนกันสำหรับทุกคน ส่วน Workers จำเป็นเมื่อเว็บต้องประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เช่น มีระบบสมาชิกหรือรับชำระเงิน มีเรื่องที่ต้องบอกด้วยคือตอนนี้ Cloudflare ขึ้นข้อความในเอกสารของ Pages เองว่าให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ด้วย Workers เพราะเป็นแพลตฟอร์มหลักของเขา แต่ Pages ยังไม่ถูกยกเลิกและยังใช้ได้ปกติ ถ้าอยากได้เว็บขึ้นออนไลน์เร็วที่สุดตามคลิป เริ่มที่ Pages ได้เลย ถ้าตั้งใจจะทำเว็บที่โตต่อและมีระบบเพิ่มในอนาคต เริ่มที่ Workers จะไม่ต้องย้ายทีหลัง


